หมวดหมู่: ข่าวกีฬา


5 อันดับกองหลังในพรีเมียร์ที่สกัดเข้าโกลตัวเอง

มกราคม 19, 2020

ข่าวกีฬา

ปิดความเห็น บน 5 อันดับกองหลังในพรีเมียร์ที่สกัดเข้าโกลตัวเอง


กองหลังคือตำแหน่งที่ต้องช่วยนายประตูป้องกัน

จังหวะเกมส์รุกของทีมตรงข้าม หรือทำยังไงก็ได้ที่ไม่ให้ลูกฟุตบอลเข้าประตูไป แต่ในบางจังหวะเกิดเหตุสุดวิสัยที่จะทำให้แฟนบอลหลายๆทีมปวดหัวกับกองหลังบางคนที่สวมวิญญาณสุดยอดกองหน้าที่ถล่มประตูทีมตัวเองหลายต่อหลาครั้ง วันนี้เราจะพาไปรู้จัก 5 อันดับกองหลังที่ยิงประตูทีมตัวเองมากที่สุดกัน

 

  อันดับ 5. เวส บราวน์ หรือน้องน้ำตาล 1 ใน 4 จตุเทพกองหลังของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกอบด้วย มิคาเอล  ซิลแวสต์ เวส บราวน์ จอหน์ โอเชีย ควินตัน ฟอร์จูน และ ฟาเบียง บาต์กเตซ ยามใดที่พวกเขาลงกันครบทีมแฟนๆทีม แมนยูไนเต็ดต้องร้องยี้แน่  โดย เวส บราวน์ เป็นผู้เล่นจากอะเคเอะมีของแมนยูไนเต็ด และถูกเลื่อนขึ้นเล่นชุดใหญ่ แต่ด้วย ฟอร์มการเล่นที่เฟอะฟะ เชื่องช้า และมั่วตำแหน่งอยู่บ่อยๆ ทำให้เขามักจะทำทีมเสียจุดโทษและเสียฟาล์วง่ายๆตลอด เขาจึงมีสถิติยิงทีมตัวเองไป 6 ประตูด้วยกัน ทั้งในสีเสื้อ แมนยูไนเต็ด และทีม ซันเดอร์แลนด์

 

  อันดับ 4. ริโอ เฟอร์ดินาน  กองหลังระดับตำนานของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกเช่นกัน  จะว่าไปก่อนที่จะเป็นเทพก็ต้องเคยกากมาก่อน เฟอร์ดินานสกัดเข้าประตูตัวเองไปทั้งหมด 6 ลูก จากการลงเล่นให้กับ เวสต์แฮม  ลีดส์ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

  อันดับ 3. มาร์ติน สเคอร์เทล ปราการหลังร่างยักษ์ของทีม ลิเวอร์พลู  ที่เจ้าตัวมักจะทำให้แฟนๆของ ลิเวอร์พลูนั่งกันไม่ติดเก้าอี้ก็เพราะเขาเนี่ยแหละ  ที่ถือเป็นตัวอันตรายของทีมอย่างแท้จริง ซึ่ง สเคอร์เทลซัดเข้าประตูตัวเองไปทั้งหมด 7 ประตูซึ่งเป็นสถิติกับทีมลิเวอร์พลูทีมเดียวเท่านั้น  ปัจจุบันเจ้าตัวเล่นให้กับทีม เฟเนร์บาเช่

 

  อันดับ 2. เจมี่ คาร์ราเกอร์  สุดยอดปราการหลังของเดอะ ค็อป อย่าง ลิเวอร์พลู อีกเช่นเดียวกัน โดย คาร์ราเกอร์เป็นผลผลิตของอะเคเดอะมี่ และสามารถขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ได้  เป็นที่รักของแฟนๆหงส์แดงอย่างมาก มาพร้อมกับสถิติยิงประตูตัวเองไป 7 ลูกเท่ากันกับ สเคอร์เทล

 

  อันดับ 1.  ริชาร์ด ดันด์  ยืนหนึ่งในวงการมานาน สุดยอดกองหลังของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้  ที่นำสถิติไปถึง 10 ประตูด้วยกันถือว่าเป็นตำนานของทีมอย่างแท้จริง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ทดลองเล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี


กีฬา กีฬา เป็นครูพิเศษ!

มกราคม 9, 2020

ข่าวกีฬา

ปิดความเห็น บน กีฬา กีฬา เป็นครูพิเศษ!


        หากจะกล่าวถึงครูในชีวิตของคนเราก็คงมีอยู่ไม่กี่คน นอกจากครูที่เป็นอาชีพในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแล้วก็คงจะเป็นพ่อแม่ที่เป็นครูอีกคนหนึ่ง คำว่า “ครู” นั้นมีความหมายว่าบุคคลที่มีหน้าที่ หรือมีอาชีพในการอบรมสั่งสอนนักเรียน เกี่ยวกับวิชาความรู้ หลักการคิดการอ่าน รวมถึงการปฏิบัติและแนวทางในการทำงาน โดยวิธีในการสอนของครูก็จะแตกต่างกันออกไปโดยคำนึงถึงพื้นฐานความรู้ ความสามารถ และเป้าหมายของนักเรียนแต่ละคน ในวันนี้เราจะมาพูดถึงคุณครูคนพิเศษที่นอกเหนือจากครูที่เป็นบุคคล 

ครูพิเศษของเราในวันนี้มีชื่อว่า “กีฬา”

หลายคนที่เป็นนักกีฬามักจะได้บทเรียนในชีวิตจากการเล่นกีฬาแต่ละประเภทอยู่แล้ว กีฬาไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนมีร่างกายที่แข็งแรง แต่ยังเป็นเสมือนครูที่คอยให้บทเรียนกับผู้เล่นอยู่เสมอ เรามักจะได้ยินคำว่า “น้ำใจนักกีฬา” อยู่บ่อยๆนั่นก็เป็นคำสอนพื้นฐานจากกีฬาที่เราควรนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน นักกีฬาระดับทีมชาติหลายคนที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงโด่งดัง

จากการที่พวกเขามุ่งมั่นตั้งใจ และใช้บทเรียนจากการเล่นกีฬาในการนำทางสู่ความสำเร็จ เมื่อถึงจุดที่พวกเขาประสบความสำเร็จแล้วหลายคนมักจะไม่ได้มองถึงเรื่องราวก่อนหน้าที่ที่พวกเขาได้ฝ่าฟันกว่าจะผ่านมานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผู้คนมักจะบอกว่าชีวิตของพวกเขานั้นเเสนสบาย มีรายรับมากมาย และสามารถได้มาซึ่งทุกอย่างที่ต้องการ บทเรียนที่สำคัญของการเป็นนักกีฬาอย่างหนึ่งเลยก็คือ

 

“ถ้าไม่เสียสละชัยชนะก็ไม่เกิด” จากบทสัมภาษณ์หนึ่งของ ต้น นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นักเตะของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ซึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “คุณพ่อปลูกฝังให้ผมมีความรักในการเล่นกีฬา และใช้กีฬาเป็นครูที่สอนให้ผม รู้จักเรื่องระเบียบวินัย การอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่น การดูแลร่างกายตัวเอง อย่างตอนเด็กๆ ผมเป็นเด็กที่ซน ติดเพื่อน จนกระทั่งได้มาเล่นกีฬา ผมกลายเป็นคนที่มีระเบียบวินัยมากขึ้นติดตัวมาตั้งแต่อายุยังน้อย” โยที่ในช่วงวัยเด็กของเขาเคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องส่วนสูง รวมถึงความไม่มีระเบียบวินัย

 

แต่กีฬาก็สามารถหล่อหลอมและสอนให้เขากลายมาเป็นคนที่มีระเบียบวินัยและใส่ใจเรื่องการดูแลตัวเองโดยอาศัยหลักโภชนาการ การพักผ่อนที่เพียงพอจนเขาสามารถตัดสินใจก้าวผ่านช่วงเวลาของบอลระดับนักเรียนแล้วเข้ามาสู่ระบบฟุตบอลอาชีพตั้งแต่ตอนอายุ 16 ปี ด้วยการเป็นเยาวชนของสโมสรเพื่อนตำรวจ ก่อนที่จะหันมาเล่นอาชีพอย่างเต็มตัวกับสโมสรบีอีซี เทโรศาสน ผลจากความมุ่งมั่นตั้งใจ มีระเบียบวินัย และเสียสละเวลาที่จะอดทนต่อการฝึกฝนนั้นทำให้ในที่สุดก็ส่งผลให้เขามีชื่อติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 18 ปี 

 

          นับได้ว่ากีฬานั้นเป็นครูผู้คอยขัดเกลาให้นักกีฬาได้ไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีระเบียบวินัยในตัวเอง หรือมีความอดทนน้อย ลองหันมาฝึกฝนตัวเองโดยการเล่นกีฬาดูก็อาจจะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองให้ดีขึ้นได้

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท


สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

ธันวาคม 28, 2019

ข่าวกีฬา

ปิดความเห็น บน สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ


การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

เกิดขึ้นในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2551 หลังจากที่ กลุ่มแนวร่วมการลงทุนอาบูดาบี (Abu Dhabi United investment group – ADUG) ได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

จากเจ้าของเดิมคือ ดร.ทักษิณ ชินวัตร และหลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มแนวร่วมการลงทุนอาบูดาบี ก็แสดงศักยภาพการบริหาร ศักยภาพทางการเงิน ให้เหล่าบรรดาแฟนบอลของ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ และเหล่าสโมสรคู่แข่งใน ลีกฟุตบอลอังกฤษ ได้เห็นด้วยการดึงตัวผู้เล่นระดับแนวหน้าของโลกมาร่วมทีม ในช่วงแรกนักเตะที่สร้างความฮือฮามากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

ศูนย์หน้าคนสำคัญของทีมคู่แข่งร่วมลีกฟุตบอลอังกฤษ อย่าง สโมสรท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ หรือการดึงตัว โรบินโญ่ นักเตะชื่อก้องโลกชาวบราซิล ซึ่งในขณะนั้นค้าแข้งอยู่กับ สโมสรเรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ของโลก และยักษ์ใหญ่ประจำ ลา ลีกา ลีกฟุตบอลของประเทศสเปน และหลังจากนั้นก็ยังมีการดึงผู้เล่นระดับโลกเข้ามาอีกมากมาย แต่ถึงแม้การดำเนินงาน

การลงทุนต่างๆ ของ กลุ่มแนวร่วมการลงทุนอาบูดาบี จะเป็นไปได้อย่างดี ผลักดันให้ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ

ก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรระดับแนวหน้าของ ลีกฟุตบอลอังกฤษ จนสามารถทำลายชื่อเดิมอย่าง ทีมท็อปโฟร์ ที่ประกอบไปด้วย สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมือง, สโมสรลิเวอร์พูล, สโมสรเชลซี และ สโมสรอาร์เซน่อล ได้สำเร็จ และเปลี่ยนมาเป็น ทีมท็อปซิก

(ซึ่งมี ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ สอดแทรกขึ้นมาด้วยอีกหนึ่งทีม) ที่ใช้เรียกกันอยู่ในปัจจุบัน แต่กว่า สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟุตบอลคลับ จะสามารถคว้า แชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้สำเร็จก็ต้องรอมาจนถึง ฤดูกาล 2011-2012 ภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต มันชินี ผู้จัดการทีมชาวอิตาลี

ซึ่งในเวลานั้นมีนักฟุตบอลคนสำคัญอย่าง ยาย่า ตูเร่, ดาวิด ซิลบา, มารีโอ บาโลเตลลี, ซามีร์ นาสรี, คาร์ลอส เตเบซ และ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ศูนย์หน้าชาวอาร์เจนติน่า ที่เป็นกำลังหลักของทีม (ซึ่งปัจจุบัน เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ยังคงเป็นศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของทีม และสร้างผลงานที่ดีได้อย่างต่อเนื่องให้กับทีม) 

 

สนับสนุนบทความ แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100


ทำไมจักรยานยี่ห้อนี้ถึงแพง Trek madone

ธันวาคม 25, 2019

ข่าวกีฬา

ปิดความเห็น บน ทำไมจักรยานยี่ห้อนี้ถึงแพง Trek madone


ในปี 2009 ต้องจารึกในประวัติศาสตร์เพราะเป็นการที่ซื้อจักรยานที่แพงมากเท่าที่เคยมีมา ด้วยราคา ห้าแสน ดอลล่าร์สหรัฐ  หรือถ้าเป็นเงินไทยนั้น สิบห้าล้านบาท เปรียบเทียบคือสามารถซื้อรถซุปเปอร์คาร์บางคันได้เลย อย่าง ลัมโบร์กินี่นั้นเริ่มต้นที่  493,095 ดอลลาร์สหรัฐเสียอีก เราจะมาบอกว่าทำไมจักรยานนี้จึงมีราคาที่แพง 

จักรยาน trek madone คือหนึ่งภายในใต้ของ Tre k  ซึ่งเป็นผู้ที่ผลิตจักรยานชื่อดังของรัฐ วิสคอนซิน ประเทศ สหรัฐอเมริกา 

ซึ่งก่อตั้ง 1975 โดยเริ่มแรกชื่อ Trek บริษัทผลิตเครื่องใช้ทั่วไป เริ่มมีพนักงานห้าคน  จุดประสงค์คือผลิตเฟรมเหล็กของจักรยาน เพื่อที่จะแข็งกับแบรนด์ ของอิตาลีและญี่ปุ่น และเป็นที่แน่นอนว่าTrek  ซึ่งมีความสามารถ และเพื่อที่จะต้อนรับตลาดเป็นไปได้อย่างดี จึงทำให้Trek นั้นสามารถออกตัวมาเปิดบริการในนาม Roth corporation ที่สามารถมาตั้งบริษัทเองได้สำเร็จใช้เวลาแค่ สองปี 

และนี่คือจุดเริ่มของบริษัท  Trek แต่ด้วยกว่าที่จะกำเนิดตระกูล  madone เวลาก็ผ่านมานานมาก เพราะเขาออกมาคันแรกสู่ชาวโลกนั้น เมื่อปี2003  และในช่วงเวลานั้น แลนซ์ อาร์มสตรงนั้นคือจุดสุดยอดของนักปั่นอยู่แล้ว เพราะว่าเขานั้นขว้าแชมป์ในการแข่งขัน  ติต่อกัน ตั้งแต่ปี 1999-2002โดยมีจักรยานเป็นเพื่อนในการร่วมทางคือ Trek

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามปั จุบันชือ แลนซ์ อร์มสตรองจะกลายเป็นที่ใครๆก็อยากจะลบทิ้งเพราะว่าเขานั้นได้ใช้สารกระตุ้นส่งผลให้เขานั้นได้ถูกริบแชมป์   ตูร์ เดอ ฟรองซ

ที่เคยได้รับแชมป์ในอาชีพทั้งหมดแต่ต้องต้องไม่เคยลืมว่าในช่วงนั้นไม่มีไครที่รู้ว่าความจริงแล้ว อาร์มสตรองคือนักปั่นระดับซุปเปอร์สตาร์  ยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครเทียบได้ และนี่คือเหตุที่ชื่อ แลนซ์อาร์มสตรองนั้นจะเป็นดาวที่ดับไปแล้วแต่ด้วยว่าชื่อของจักรยานนั้นกลับมีราคาที่แพงมากขึ้น และเปิดตัวด้วยการขายที่เน้นน้ำหนักที่เบาแล้วเฟรมรูปทรงคณิตขนาดกระทัดรัดทำให้เหมาะสมกับสรีระกับผู้ปั่นมากขึ้นโดยที่มีน้ำหนักเพียง 815 กรัมเท่านั้นเอง

และมาพร้อมกับส่วนบนที่ลาดเอียงเบาะนั่งที่สามารถปรับระดับได้มีคาร์บอลไฟเบอร์เพิ่มความแข็งแรงให้แกร่ง  ทำให้ Trek madone เป็นจักรยานที่ทนทานในคันเดียว และหลังจาก 2010 นั้นได้มีการออกแบบออกมาในแนวที่ช่วยลดแรงต้านอากาศให้น้อยลง ออแบบมาเหมือนเครื่องบินหรือรถยนต์แต่เมื่อเอามาประกอบกับจักยานเพื่อให้มีน้ำหนักที่เบาเน้นความคล่องแคล่วพริ้ว ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้คือผลในการปั่นนั้นมีความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  

 

ขอขอบคุณ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ สำหรับการให้บทความดีๆนำมาเสนอ 


นักเตะไทยในอดีต ที่มีชื่อเสียงที่สุด

ธันวาคม 15, 2019

ข่าวกีฬา

ปิดความเห็น บน นักเตะไทยในอดีต ที่มีชื่อเสียงที่สุด


หากถามว่ายุคนี้นักฟุตบอลไทยคนไหน ที่มีชื่อเสียงและคนรู้จักมากที่สุด

เชื่อว่าคำตอบของหลายคนก็คงเหมือนกัน นั่นก็คือเมสซี่เจ หรือชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่สร้างชื่อเสียงให้ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศด้วย แล้วถ้าย้อนอดีตกลับไปอีกสัก 10-20 ปีมีใครพอจะรู้บ้าง ว่านักเตะไทยคนไหนที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ลองมาดูกันหน่อยว่าคุ้นชื่อใครบ้าง

 

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือเรามักจะเรียกฉายาวา ซิโก้

เริ่มสร้างชื่อเสียงให้ประเทศตั้งแต่ปี 2533 ด้วยการติดทีมเยาวชนทีมชาติ และหลังจากนั้นไม่นาน 3 ปีให้หลัง เขาก็ได้ไปติดนักฟุตบอลทีมชาติชุดใหญ่ และชื่อของ ซิโก้ก็เริ่มจะติดหูคนไทยหลายคนแล้ว

จากการพาทีมคว้าถ้วนพระราชทานคิงส์คัพ และในการแข่งขันซีเกมส์ ที่เป็นตัวหลักในการพาทีมกลับมา ในรอบชิงชนะเลิศ เอกลักษณอย่างหนึ่งของซิโก้ก็คือ การตีลังกาหลัง เมื่อยิงเข้าประตูนั่นเอง ที่ทำให้ใครหลายคนจดจำได้จนถึงทุกวันนี้

 

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน หรือฉายาที่หลายคนตั้งให้ว่า เจ้าหนูแข้งทอง

เพราะความสามารถที่เกินตัวและรูปร่างที่สูงใหญ่ เพียงแค่การเข้ามาเล่นทีชาติชุดใหญ่ครั้งแรก เดอะตุ๊ก ก็สามารถพาทีมชาติไทย คว้าชัยเอาชนะอินโดนีเซียไปได้ด้วยสกอร์ 3-1 และเอาชนะเกาหลีด้วยการยิงเหมาคนเดียวสองลูก

เพราะความสามารถและเก่งกาจของเดอะตุ๊ก จึงทำให้หลายคนตั้งฉายาใหม่ให้ว่า เพชฌฆาตหน้าหยก จากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ 17 ปี ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน สามารถพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้ถึง 6 สมัยและคิงคัพอีก 5 สมัย และยังได้ไปค้าแข้งในต่างประเทศอีกด้วย 

 

ตะวัน ศรีปาน อีกหนึ่งตำนานนักฟุตบอลไทยที่ยังหายใจอยู่

สำหรับความสำเร็จของกองหน้าตัวรุกคนนี้ คือการคว้าแชมป์เอาชนะเวียดนามไปได้ 3-1 ในการแข่งขันซีเกมส์รอบชิงชนะเลิศ เป็นนักเตะที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างมาก และเขาก็เป็นคนที่รับภาระหนังสุด

ในการพาทีมคว้าชัย ตลอดการเป็นนักเตะทีมชาติไทย ตะวัน ศรีปาน พาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้ถึง 4 สมัย และคิงคัพส์อีก 3 สมัย ถึงแม้วันเวลาจะผ่านนับทศวรรษ แต่ชื่อเสียงที่ได้สร้างไว้ ก็ยังทำให้ทุกคนจดจำกันได้เป็นอย่างดี


ข่าวกีฬายอดฮิต

ธันวาคม 4, 2019

ข่าวกีฬา

ปิดความเห็น บน ข่าวกีฬายอดฮิต


เป๊ป กวาดิโอล่า (Pep Guardiola) ได้สัมผัสและป้องกันแชมป์กับบาร์เซโลน่าอีกครั้งในปี 98/99 ในปีนี้เป๊ป ได้เล่นเคียงข้างกับ เซนเตอร์ เลือดดัตช์จอมแกร่งอย่าง แฟรงค์ เดอ บัวร์ และกองกลางอย่าง ฟิลิป โคคู ในส่วนแนวรุกได้มีการเปิดรับผู้เล่นชาวฮอลแลนด์มากขึ้นซึ่งล้วนแล้วแต่ทำผลงานได้ดีเช่น โบดิไวน์ เซนเด้น และ โรนัลด์ เดอ บัวร์ แต่อย่างไรก็ตาม ที่น่าจับตามองมากคือกองหน้าดาวรุ่งวัย 22 ปี แพทริค ไคร์เวิร์ต นั่นเอง โดยในฤดูกาลนี้เค้าซัดไปถึง 15 ตุง จากการลงเล่น 35 นัด

 

นอกจากตัวผู้เล่นแล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ประสบความสำเร็จสองปีซ้อนคือ ปรัชญา Total Football อย่างหลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมสัญชาติฮอลแลนด์คนนี้นี่เอง (จึงพอจะเป็นเหตุผลได้ว่าปีนี้มีผู้เล่นทีมชาติเนเธอร์แลนด์ หรือ ฮอลแลนด์) มากกว่าในฤดูกาลอื่นๆ

 

ในฤดูกาล 1999/2000 แพทริค ไคร์เวิร์ต ได้ขึ้นมาเป็นศูนย์หน้าผู้มีบทบาทมากขึ้นต่อทีม ลงสนาม 26 นัดยิงไปได้ถึง 15 ประตู

แต่ก็นั่นไม่เพียงพอที่จะทำให้บาร์เซโลน่าขึ้นเถลิงฉลองแชมป์ ทำได้เพียงเป็นแค่ที่สองเท่านั้น พ่ายแพ้ต่อ เดเปอร์ติโว่ ลา คอรุนญ่า ที่ในปีนั้นมีศูนย์หน้าตัวอันตรายอย่าง รอย มาคาย ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นมาก ในส่วนของถ้วย UEFA Champion League นั้นตกรอบ Semi-Final รอบรองชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อพ่ายแพ้ต่อ ไอ้ค้างคาว บาเลนเซีย ทีมร่วมลีก ด้วยสกอร์รวม 5-3 และในปีนั้นบาเลนเซียไปเข้าชิงกับเรอัล มาดริด และพ่ายแพ้ไป 0-3 ทำให้เรอัล มาดริดได้แชมป์ในปีนั้นไป

 

หลุยส์ ฟาน กัล วางมือจากบาร์เซโลน่าในฤดูกาล 2000/2001 ส่งไม้ต่อให้กับ Lorenzo Serra Ferrer  ในฤดูกาลนี้บาร์เซโลน่าเสริมทัพเพิ่มหลายจุด อาทิ เช่น เอ็มมานูเอล เปอตีต์ กองกลางตัวรับสัญชาติฝรั่งเศส จากทีม “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล สโมสรในอังกฤษ และปีกตัวจี๊ดอย่าง มาร์ค โอเวอร์มาร์ ที่มาจากอาร์เซนอลเช่นกัน ด้วยค่าตัวสองคนรวมกันถึง 55 ล้านยูโร (เปอตีต์ 15 ล้านยูโร, โอเวอร์มาร์ 50 ล้านยูโร) แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้บาร์เซโลน่าครองแชมป์ลีกในปีนั้นได้ ทำได้แค่เพียงจบอันดับที่สี่เท่านั้น

 

ในฤดูกาล 2001/2002 เป๊ป ย้ายจากบาร์ซ่าแบบฟรีไม่มีค่าตัวไปซบเบรสชา

ทีมลีกอิตาลี เล่นกับเบรสชาได้ฤดูกาลเดียวปีต่อมาก็ย้ายไป “หมาป่า” โรม่า แบบไม่มีค่าตัวเช่นกัน ในฤดูกาล 02/03 ที่เล่นให้กับโรม่า เป๊ป มีโอกาสเฉียดฉิวที่จะได้สัมผัสด้วย Coppa Italia แต่ว่า โรม่าไปพ่ายให้กับ เอซี มิลาน ในสกอร์รวมสองนัด 6-3 อดได้แชมป์แบบน่าเจ็บใจ