หมวดหมู่: ข่าวกีฬา


นักเตะไทยในอดีต ที่มีชื่อเสียงที่สุด

ธันวาคม 15, 2019

ข่าวกีฬา

ปิดความเห็น บน นักเตะไทยในอดีต ที่มีชื่อเสียงที่สุด


หากถามว่ายุคนี้นักฟุตบอลไทยคนไหน ที่มีชื่อเสียงและคนรู้จักมากที่สุด

เชื่อว่าคำตอบของหลายคนก็คงเหมือนกัน นั่นก็คือเมสซี่เจ หรือชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่สร้างชื่อเสียงให้ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศด้วย แล้วถ้าย้อนอดีตกลับไปอีกสัก 10-20 ปีมีใครพอจะรู้บ้าง ว่านักเตะไทยคนไหนที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ลองมาดูกันหน่อยว่าคุ้นชื่อใครบ้าง

 

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือเรามักจะเรียกฉายาวา ซิโก้

เริ่มสร้างชื่อเสียงให้ประเทศตั้งแต่ปี 2533 ด้วยการติดทีมเยาวชนทีมชาติ และหลังจากนั้นไม่นาน 3 ปีให้หลัง เขาก็ได้ไปติดนักฟุตบอลทีมชาติชุดใหญ่ และชื่อของ ซิโก้ก็เริ่มจะติดหูคนไทยหลายคนแล้ว

จากการพาทีมคว้าถ้วนพระราชทานคิงส์คัพ และในการแข่งขันซีเกมส์ ที่เป็นตัวหลักในการพาทีมกลับมา ในรอบชิงชนะเลิศ เอกลักษณอย่างหนึ่งของซิโก้ก็คือ การตีลังกาหลัง เมื่อยิงเข้าประตูนั่นเอง ที่ทำให้ใครหลายคนจดจำได้จนถึงทุกวันนี้

 

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน หรือฉายาที่หลายคนตั้งให้ว่า เจ้าหนูแข้งทอง

เพราะความสามารถที่เกินตัวและรูปร่างที่สูงใหญ่ เพียงแค่การเข้ามาเล่นทีชาติชุดใหญ่ครั้งแรก เดอะตุ๊ก ก็สามารถพาทีมชาติไทย คว้าชัยเอาชนะอินโดนีเซียไปได้ด้วยสกอร์ 3-1 และเอาชนะเกาหลีด้วยการยิงเหมาคนเดียวสองลูก

เพราะความสามารถและเก่งกาจของเดอะตุ๊ก จึงทำให้หลายคนตั้งฉายาใหม่ให้ว่า เพชฌฆาตหน้าหยก จากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ 17 ปี ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน สามารถพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้ถึง 6 สมัยและคิงคัพอีก 5 สมัย และยังได้ไปค้าแข้งในต่างประเทศอีกด้วย 

 

ตะวัน ศรีปาน อีกหนึ่งตำนานนักฟุตบอลไทยที่ยังหายใจอยู่

สำหรับความสำเร็จของกองหน้าตัวรุกคนนี้ คือการคว้าแชมป์เอาชนะเวียดนามไปได้ 3-1 ในการแข่งขันซีเกมส์รอบชิงชนะเลิศ เป็นนักเตะที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างมาก และเขาก็เป็นคนที่รับภาระหนังสุด

ในการพาทีมคว้าชัย ตลอดการเป็นนักเตะทีมชาติไทย ตะวัน ศรีปาน พาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้ถึง 4 สมัย และคิงคัพส์อีก 3 สมัย ถึงแม้วันเวลาจะผ่านนับทศวรรษ แต่ชื่อเสียงที่ได้สร้างไว้ ก็ยังทำให้ทุกคนจดจำกันได้เป็นอย่างดี


ข่าวกีฬายอดฮิต

ธันวาคม 4, 2019

ข่าวกีฬา

ปิดความเห็น บน ข่าวกีฬายอดฮิต


เป๊ป กวาดิโอล่า (Pep Guardiola) ได้สัมผัสและป้องกันแชมป์กับบาร์เซโลน่าอีกครั้งในปี 98/99 ในปีนี้เป๊ป ได้เล่นเคียงข้างกับ เซนเตอร์ เลือดดัตช์จอมแกร่งอย่าง แฟรงค์ เดอ บัวร์ และกองกลางอย่าง ฟิลิป โคคู ในส่วนแนวรุกได้มีการเปิดรับผู้เล่นชาวฮอลแลนด์มากขึ้นซึ่งล้วนแล้วแต่ทำผลงานได้ดีเช่น โบดิไวน์ เซนเด้น และ โรนัลด์ เดอ บัวร์ แต่อย่างไรก็ตาม ที่น่าจับตามองมากคือกองหน้าดาวรุ่งวัย 22 ปี แพทริค ไคร์เวิร์ต นั่นเอง โดยในฤดูกาลนี้เค้าซัดไปถึง 15 ตุง จากการลงเล่น 35 นัด

 

นอกจากตัวผู้เล่นแล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ประสบความสำเร็จสองปีซ้อนคือ ปรัชญา Total Football อย่างหลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมสัญชาติฮอลแลนด์คนนี้นี่เอง (จึงพอจะเป็นเหตุผลได้ว่าปีนี้มีผู้เล่นทีมชาติเนเธอร์แลนด์ หรือ ฮอลแลนด์) มากกว่าในฤดูกาลอื่นๆ

 

ในฤดูกาล 1999/2000 แพทริค ไคร์เวิร์ต ได้ขึ้นมาเป็นศูนย์หน้าผู้มีบทบาทมากขึ้นต่อทีม ลงสนาม 26 นัดยิงไปได้ถึง 15 ประตู

แต่ก็นั่นไม่เพียงพอที่จะทำให้บาร์เซโลน่าขึ้นเถลิงฉลองแชมป์ ทำได้เพียงเป็นแค่ที่สองเท่านั้น พ่ายแพ้ต่อ เดเปอร์ติโว่ ลา คอรุนญ่า ที่ในปีนั้นมีศูนย์หน้าตัวอันตรายอย่าง รอย มาคาย ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นมาก ในส่วนของถ้วย UEFA Champion League นั้นตกรอบ Semi-Final รอบรองชนะเลิศไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อพ่ายแพ้ต่อ ไอ้ค้างคาว บาเลนเซีย ทีมร่วมลีก ด้วยสกอร์รวม 5-3 และในปีนั้นบาเลนเซียไปเข้าชิงกับเรอัล มาดริด และพ่ายแพ้ไป 0-3 ทำให้เรอัล มาดริดได้แชมป์ในปีนั้นไป

 

หลุยส์ ฟาน กัล วางมือจากบาร์เซโลน่าในฤดูกาล 2000/2001 ส่งไม้ต่อให้กับ Lorenzo Serra Ferrer  ในฤดูกาลนี้บาร์เซโลน่าเสริมทัพเพิ่มหลายจุด อาทิ เช่น เอ็มมานูเอล เปอตีต์ กองกลางตัวรับสัญชาติฝรั่งเศส จากทีม “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล สโมสรในอังกฤษ และปีกตัวจี๊ดอย่าง มาร์ค โอเวอร์มาร์ ที่มาจากอาร์เซนอลเช่นกัน ด้วยค่าตัวสองคนรวมกันถึง 55 ล้านยูโร (เปอตีต์ 15 ล้านยูโร, โอเวอร์มาร์ 50 ล้านยูโร) แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้บาร์เซโลน่าครองแชมป์ลีกในปีนั้นได้ ทำได้แค่เพียงจบอันดับที่สี่เท่านั้น

 

ในฤดูกาล 2001/2002 เป๊ป ย้ายจากบาร์ซ่าแบบฟรีไม่มีค่าตัวไปซบเบรสชา

ทีมลีกอิตาลี เล่นกับเบรสชาได้ฤดูกาลเดียวปีต่อมาก็ย้ายไป “หมาป่า” โรม่า แบบไม่มีค่าตัวเช่นกัน ในฤดูกาล 02/03 ที่เล่นให้กับโรม่า เป๊ป มีโอกาสเฉียดฉิวที่จะได้สัมผัสด้วย Coppa Italia แต่ว่า โรม่าไปพ่ายให้กับ เอซี มิลาน ในสกอร์รวมสองนัด 6-3 อดได้แชมป์แบบน่าเจ็บใจ